บทที่ 4 นางร้ายของเรื่อง
บทที่ 4
นางร้ายของเรื่อง
อินผิงเดินเข้ามาด้านในของร้านหลังจากที่รู้ว่าคู่หมั้นของนางเร่งรีบทิ้งงานมาที่นี่หลังได้รู้ว่าสตรีในดวงใจมาถึงเมืองหลวงแล้ว ทำให้นางที่กำลังลองชุดแต่งงานถึงกับอยากฉีกชุดออกเป็นชิ้น
ก่อนหน้านี้ก็เรื่องที่กุ้ยเฟยออกปากอยากได้นังอี้เยว่
มาตอนนี้น้องสาวของมันก็กลับมาอีก จะให้นางทำใจอยู่นิ่งเฉยได้ยังไงกัน
อินผิงเดินเข้ามาจนถึงด้านใน ตรงหน้าคืออี้เยว่ที่ยืนรออยู่ด้วยรอยยิ้มหวาน ใบหน้างดงามไม่ได้แสดงออกว่าแปลกใจที่เจออีกฝ่ายที่นี่ ด้วยอี้เยว่รู้อยู่แล้วว่ายังไงอินผิงต้องมา
มันคือวันที่นางร้ายของเรื่องร่วมตัวกลั่นแกล้งนางเอก
“เจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วย…”
อินผิงพูดเสียงลอดไรฟัน ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความไม่พอใจที่เจออีกฝ่าย ลืมด้วยซ้ำว่านางไม่ควรเรียกผู้ที่มีฐานะเป็นท่านหญิงว่าเจ้า ด้วยตอนนี้ความโกรธครอบงำนาง
“ที่นี่ร้านค้าตระกูลหนิง คุณหนูอินผิงคงไม่ลืมว่าข้าเป็นสายเลือดตระกูลหนิงเช่นกัน แล้วจะไม่มาดูแลงานในร้านของตัวเองได้ยังไง ที่ข้าแปลกใจคือท่านมากกว่า…ปกติไม่เห็นมาที่ร้านของข้า หรือว่าต้องการให้ข้าตัดชุดแต่งงานให้”
อี้เยว่ยิ้มไปพูดไป สายตาก็มีแววหยอกล้อ มันยิ่งทำให้อารมณ์ของอินผิงไม่พอใจมากขึ้น
“ข้ามาเพราะต้องการพบองค์ชายรอง”
อี้เยว่เลิกคิ้ว ใบหน้าตกใจ เอามือขึ้นมาปิดปากก่อนจะแสดงท่าทางสงสารอินผิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า อี้เยว่ยังชำเลืองไปทางด้านในสุดเพื่อเป็นการบอกใบ้อินผิงว่าคนที่นางต้องการหาอยู่ด้านใน
“องค์ชายรองอยู่กับผู้ใด”
อินผิงถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ในใจของนางยิ่งร้อนรนมากขึ้น ใกล้ที่จะแต่งงานแต่ทำไมเขาถึงทำกับนางเช่นนี้ รีบมาหานังสวะนั่นขนาดนี้เชียวหรือ
“กับน้องสาวข้าน่ะ องค์ชายรองมาหานาง ก็ต้องอยู่กับนางอยู่แล้ว”
อินผิงที่ได้ยินก็หน้ามืดด้วยโทสะ เดินเข้าไปด้านในทันที อี้เยว่ไม่แม้จะหันไปมอง นางได้ยินเพียงเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้น ต่อมาก็เสียงกรีดร้องของน้องสาวที่น่ารัก พร้อมกับเสียงบางสิ่งล้มลงกับพื้น ไหนจะเสียงของอินผิงที่กรีดร้องโวยวายดังสนั่นร้าน
นานหลายอึดใจ รอจนมั่นใจว่าข้างในสาหัส อี้เยว่จึงแสดงสีหน้าตกใจเร่งรีบวิ่งกลับเข้าไปด้านในพร้อมกับเหล่าคุณหนูที่อยากรู้อยากเห็นว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นี่กันแน่
เข้ามาในห้อง สิ่งแรกที่เห็นคือร่างของอินผิงที่ใบหน้านองน้ำตา ร่างบอบบางตอนนี้ล้มอยู่ที่พื้น ไม่ไกลคือโจวเว่ยคังที่กอดร่างของฉีฉีแน่นราวกับว่ากลัวนางเอกของเรื่องแตกสลายกลาย
เป็นฝุ่นผง
ผู้ที่เข้ามาเห็นต่างมึนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมว่าที่พระชายาล้มแต่องค์ชายรองกลับเข้าไปโอบประคองสตรีคนอื่น ไหนจะยังมีว่าที่ชายาอีกคนยืนมองด้วยความไม่เข้าใจอย่างท่านหญิงอี้เยว่อีกด้วย
ทุกคนจากมึนงง บางคนที่เริ่มรับรู้ความเป็นมาก็มองฉีฉีด้วยสายตาไม่พอใจ อาศัยอะไรทำให้สตรีสูงศักดิ์สองคนเป็นตัวตลก การถูกแย่งชิงคู่หมั้นในเมืองหลวงเพิ่งมีมาสองครั้ง สตรีที่ถูกแย่งคู่หมั้นยังน่าสงสารเห็นใจ
โจวเว่ยคังและฉีฉีรู้สึกได้ถึงสายตาไม่เป็นมิตรที่มุ่งตรงมา
อินผิงร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย นางเข้ามาทันเห็นพวกเขากอดกัน ทำให้นางไม่พอใจอย่างมากจนเดินเข้าไปผลักให้อีกฝ่ายออกห่างจากคนรัก คิดไม่ถึงว่าคนรักของนางจะเลือกปกป้องอีกฝ่ายแล้วผลักนางจนล้มเช่นนี้
อีกไม่นานจะแต่งงานกันอยู่แล้ว แต่ทำไมเขาถึงได้กอดอยู่กับผู้หญิงคนอื่น แทนที่จะเป็นนางที่อยู่ในอ้อมกอดนั้น
“นี่มันเรื่องอะไรกันเพคะ”
คนแรกที่เอ่ยปากเป็นอี้เยว่ที่แสดงออกว่าไม่เข้าใจ นางเดินเข้าไปประคองร่างของอินผิงให้ลุกขึ้นอย่างใจกว้าง และอินผิงดูจะไม่มีสติเพราะปกติไม่ให้อี้เยว่เข้าใกล้ตัวด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับปล่อยให้อี้เยว่ช่วยประคองตนเองลุกขึ้น
สายตาของอินผิงเวลานี้มองเพียงใบหน้าของบุรุษที่นางรัก นางรักเขามาตั้งแต่จำความได้ เป็นความรักที่บริสุทธิ์ นางยอมให้เขาทุกอย่าง จนอายุได้หกหนาวบิดาก็เอ่ยว่าโตขึ้นนางต้องแต่งให้เขา แม้เวลาที่ผ่านมาเขาจะไม่พอใจ นางก็พยายามทำตัวดีเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ช่วงหนึ่งที่เขาไปสนิทสนมกับสตรีที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดของเขา
นางคิดว่าอีกฝ่ายออกไปพ้นทางแล้ว หายหน้าไปหลายปีจึงวางใจ เอาความดีที่มีเข้าหาแม้จะเอาแต่ใจไปบ้าง นางไม่เคยทำตัวไม่ดี แล้วนางผิดอะไรเขาถึงเห็นคนอื่นดีกว่านางมากขนาดนี้
นางมาก่อน รักเขาก่อน ใส่ใจเขาตลอดมา แม้ว่าเวลาที่ผ่านมาจะมีใครเข้ามาเกี้ยวพา นางก็ยังรักมั่นที่เขาถึงเขาไม่เคยใส่ใจก็เถอะ
ความเจ็บปวดครั้งนี้ทำให้อินผิงสิ้นสติ นางรู้สึกว่าตัวเองอยากจะฆ่าสตรีแพศยาตรงหน้าให้ตาย
อี้เยว่มองสายตาของอินผิงก็รู้ว่าอินผิงคิดอะไร
“ท่านหญิงอี้เยว่ รบกวนพานางออกไปด้วย ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับสตรีร้ายกาจที่ใช้กำลังแบบนางอีก”
น้ำเสียงเย็นชา ใบหน้าไร้อารมณ์ของโจวเว่ยคังเหมือนมีดที่กรีดลงไปในใจของอินผิงอีกหน ส่วนฉีฉีก็ไม่เงยหน้าออกมาจากหน้าอกของโจวเว่ยคังเลย แสดงท่าทางหวาดกลัว อ่อนแอ ให้ผู้อื่นปกป้อง
อี้เยว่ลอบยิ้ม ถ้าวันนี้เป็นตามนิยาย คนที่จะร้องไห้เสียใจ เสียหน้าก็คงเป็นนาง ไม่ใช่อินผิง
“คุณหนูอินผิง ข้าพาท่านไปนั่งพักดีหรือไม่”
อินผิงสลัดตัวออกจากอี้เยว่ ชี้นิ้วไปที่ฉีฉีที่ลอบมองมาที่อินผิงด้วยความกลัว
“นังแพศยา เจ้ากล้าล่อลวงองค์ชายรอง วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้า”
อินผิงวิ่งเข้าไปหาฉีฉีอีกรอบ แต่โจวเว่ยคังก็กอดฉีฉีแน่นพร้อมกับหลบทัน ทำให้อินผิงที่วิ่งเข้ามาเสียหลักล้มลงไปที่พื้นจนกระแทกเข้ากับชั้นแขวนชุดที่อยู่ด้านนั้นจนล้มลง
อินผิงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บ นางมองไปที่คนรักด้วยสายตาอ้อนวอน หวังว่าเขาจะเข้ามาช่วย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือโจวเว่ยคังมองนางด้วยสายตารังเกียจแล้วประคองฉีฉีออกไปทันทีอย่างไม่สนใจ สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยคำครหา
อี้เยว่มองทุกอย่างที่เกิดขึ้น นางเหมือนเห็นตัวเอง เพราะอินผิงคือว่าที่ชายา แต่นางในนิยายคือพี่สาวที่ริษยาน้องสาวและแอบรักบุรุษที่เป็นของน้องสาว อยากแย่งชิงเขามา
อี้เยว่ให้คนงานเชิญคนอื่น ๆ ออกไปจากห้อง จนในห้องเหลือเพียงอี้เยว่กับอินผิงที่ยังคงนั่งที่เดิม ดวงตาเลื่อนลอยเพราะรับไม่ได้กับเรื่องตรงหน้าที่คนที่ตัวเองรักเห็นคนอื่นดีกว่า
อี้เยว่เดินไปนั่งรินชาให้ตัวเองพร้อมกับจิบมันเงียบ ๆ ไม่เอ่ยปากอะไร เพราะรู้ว่าตอนนี้ถึงนางจะพูดอะไรอินผิงก็ไม่ฟัง การพูดกับคนที่เสียสติมันไม่มีประโยชน์ คงต้องรออีกฝ่ายได้สติกลับมาเสียก่อน
นานกว่าชั่วยามอินผิงถึงรู้สึกตัว นางมองไปยังสตรีอีกคนที่กำลังตรวจงานในมือไม่พูดอะไร
“เจ้าคงสมเพชข้ามากสินะ”
อี้เยว่ถอนหายใจ วางงานในมือแล้วมองไปยังอินผิงที่กำลังยิ้มให้ตัวเองอย่างคนแพ้
“ทำไมคิดแบบนั้น”
“เพราะถึงข้าจะได้แต่งงานเป็นชายาเอก แต่ข้าก็ไม่ได้รับความรัก ได้ยินว่ากุ้ยเฟยก็ต้องการให้เจ้าแต่งงานเป็นชายาเอกพร้อมข้า เจ้าคงพอใจที่ข้าเองก็ไม่ได้มีความสำคัญหรือน้ำหนักในใจขององค์ชายรองเลย แบบนี้เหมือนเจ้ากับข้าแต่งเข้าไปพร้อมกัน แน่นอนว่าเจ้าคงได้เข้าหอ ส่วนข้าได้แต่เหี่ยวเฉา”
น้ำเสียงของอินผิงแหบแห้ง ดวงตาไร้แววสดใสของเจ้าสาวที่กำลังได้แต่งงาน
อี้เยว่ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย นางนั่งลงตรงหน้าอินผิง ใจหนึ่งหลังจากที่มารดาบอกเล่าให้ฟัง บอกตามตรงว่าอินผิงคือคนที่อี้เยว่เห็นใจไม่น้อย
อินผิงคือตัวละครที่นักเขียนเขียนออกมาให้เป็นคนที่พบพระเอกของเรื่อง จนได้รับความช่วยเหลือตั้งแต่จำความได้ ทั้งสองสนิทสนมกับมานานจนวันหนึ่งพระเอกพบกับนางเอก นั่นคือฉีฉีจนตกหลุมรัก ส่วนอี้เยว่คือนางร้ายอีกคนที่โผล่เข้ามาทำให้เกิดอุปสรรคต่อพระนาง แต่สุดท้ายทั้งสองก็รักกันจนจบดี แต่นางร้ายสองคนตายไม่ดีสักคน
อินผิงรักโจวเว่ยคังมานาน รักแบบที่ไม่เผื่อใจ เห็น
โจวเว่ยคังคือทุกอย่างของชีวิต อินผิงแค่หวงของที่คิดว่าเป็นของตัวเอง
ในความคิดของอี้เยว่ อินผิงมาก่อน ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ก็ดีมากจนมาแตกหักเพราะอินผิงไม่สามารถทำใจรับได้ที่โจวเว่ยคังให้ฉีฉีมีความสำคัญมากกว่าตนเองที่อยู่ด้วยมาตั้งแต่เด็ก ทำไมต้องยอมให้คนที่มาทีหลังที่หน้าด้านมาแย่งคนรักคนอื่น
ทำไมคนที่หน้าด้านแบบนี้ได้เป็นนางเอก อี้เยว่ไม่เข้าใจ ความรักควรตั้งอยู่บนความยับยั้งชั่งใจ ไม่ใช่ว่ารักแล้วต้องได้มา มาทีหลังไม่ผิดก็จริงเพราะที่นี่บุรุษมีภรรยาได้หลายคน แต่ก็ควรจะไว้หน้าคนที่มาก่อน ฉีฉีมาที่หลังไม่พอ ยังวางแผนให้อินผิงดูเลวร้าย เป็นคนที่ต้องการให้พระเอกปกป้อง ทำไมคนเขียนถึงให้คนแบบนี้ชนะ
อี้เยว่ไม่เข้าใจเลยสักนิด คนที่มาทีหลัง แย่งคนรักของคนอื่นทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขามีเจ้าของแล้ว แบบนี้น่ะเหรือนางเอก แบบนี้น่ะเหรอคนดี
ไม่ใช่ อี้เยว่ไม่คิดแบบนั้น
“เจ้ารักเขามากหรือ…โจวเว่ยคังน่ะ”
อินผิงเงยหน้าขึ้นมา นางไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายมาถามอะไรนางแบบนี้
“ข้าพบเขาตั้งแต่จำความได้ เขาช่วยข้า จากนั้นข้าก็รักเขา หวังจะแต่งให้เขา ดูแลเขาในฐานะภรรยาอย่างดี มอบความรัก ความใส่ใจเป็นคนที่ดีให้เขา”
“แต่เขาไม่ได้ต้องการเจ้าแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนโง่ เพราะถ้าเจ้าโง่คงไม่โตมาขนาดนี้ สายตาเจ้ามองก็รู้ว่าเจ้าเข้าใจดีทุกอย่าง เพียงแต่ยังทำใจรับไม่ได้”
“พูดเหมือนเจ้าเข้าใจข้า”
อินผิงตะคอกออกมาพร้อมน้ำตา ในที่นี้ไม่มีใครเข้าใจนางจริง ๆ สักคน
“ข้าไม่ได้เข้าใจ เพียงสงสัย เจ้ารักเขามากจนทำให้เจ้าทำร้ายตัวเองได้เลยหรือ เขาทำลายเจ้าทั้งร่างกายจิตใจ เจ้าบอกว่าอยู่กับเขามาหลายปีแต่เขายังทำเจ้าได้ขนาดนี้ อ่อ…ส่วนที่ว่าข้าจะได้แต่งกับเขา เจ้าสบายใจได้ ข้าไม่ชอบคนโง่ โจวเว่ยคังไม่ใช่คนที่ข้าคิดใช้ชีวิตด้วย บุรุษที่จะแต่งงานกับข้าได้ต้องมีรักเดียว ไม่มีสตรีอื่น เขาไม่ใช่คนผู้นั้น”
อี้เยว่ว่าจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกมา เพียงสามก้าวเสียงของอินผิงก็ทำให้นางหยุดฝีเท้า
“ข้าไม่รู้ว่าข้ารักเขาจริงหรือว่าเพียงหวงของที่ข้าคิดว่าเป็นของข้า ในชีวิตนี้ท่านพ่อและคนอื่น ๆ ล้วนพูดเสมอมา โตมาข้าจะได้เป็นภรรยาของเขา”
“เจ้าควรคิดให้ดี สตรีอย่างเราแต่งงานเพียงครั้งเดียว เจ้าควรได้คนที่ดีกว่านี้ แต่ถ้าเจ้าชอบความทรมาน ข้าก็ว่ามันทรมานสมใจเลยทีเดียว โจวเว่ยคังแสดงออกว่ารักฉีฉีมาก ข้าคิดว่าหลังแต่งงานเจ้าคงต้องรับนางเป็นน้องสาวอีกคนแล้ว”
อี้เยว่ว่าจบก็เดินออกมาทันที ที่นางพูดเพราะหวังเตือนสติให้อินผิงได้คิด คิดว่าตัวเองควรมีความสุขมากกว่าที่จะเป็นนางร้ายไร้สมองที่เอาแต่กรีดร้องหึงหวงทำร้ายนางเอกจนพระเอกวางแผนฆ่าตายอย่างที่นักเขียนต้องการ
ไม่รู้ว่าอินผิงจะเลือกทางไหน แต่อี้เยว่ได้เตือนแล้ว
